My Best Friend's Wedding

posted on 17 Aug 2008 01:35 by abraksociety

วิจารณ์โดย : ผมอยู่ข้างหลังคุณ



เรามักเห็นคุณค่าของบางสิ่ง เมื่อเราต้องสูญเสียสิ่งนั้นไปจากตัว

...Julianne

 กลัวเกินไปที่จะคว้า ความรัก มาไว้อยู่กับตัว เธอไม่ชอบเรื่องราวโรแมนติค , เธอไม่ชอบการกอดในที่สาธารณะ , เธอไม่ต้องการการผูกมัด จนเธอต้องปล่อยให้ความรักนั้นมันผ่านเลยไป วันหนึ่งผู้ชายคนที่เธอเคยรัก Michael บอกกับเธอว่าเขาจะแต่งงาน นั่นทำให้เธอได้รู้ว่า เธอเสียใจแค่ไหนเมื่อต้องสูญเสียเขาไป

Julianne รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดพลาดไป ที่เคยปล่อยให้ความรักตัวเองหลุดลอย สิ่งที่เธอทำผิดครั้งที่สอง นั่นคือ แทนที่เธอจะบอกอีกฝ่ายว่าเธอรู้สึกอย่างไร เธอกลับเลือกวิธีขัดขวางความสุขของอีกฝ่ายหนึ่งแทน สิ่งที่เธอทำ เธอเชื่อว่ามันเป็นเพราะรัก

เธอร้ายเพราะความรัก ดังที่พระเอกบอกในตอนท้ายว่า เธออาจเป็นเหมือนหนอน เหมือนเชื้อรา หรืออะไรก็ตามที่ต่ำชั้นกว่านั้น แต่ ในอีกทางหนึ่ง เขาเองก็ขอบคุณ ที่เธอรักเขามากขนาดนี้

...ความรักชักนำให้เราทำได้ทุกสิ่ง เราอาจแย่งชิงเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของ เราอาจครอบครองจนไม่ยอมปล่อยไป แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นเพียง ความรักของเราเอง ความรักที่เป็นแต่ของเราฝ่ายเดียว มันต่างจากความเห็นแก่ตัวตรงไหนนะ บางครั้งเราไม่อยากปล่อยให้รักนั้นต้องจากเราไป ไม่ใช่เพราะเรายังรัก แต่เพราะเราไม่อยากสูญเสียความรักที่เราเคยครอบครอง

...คงจะดีมากกว่านี้ ถ้าความรักไม่ได้จำกัดแค่ ของตัวเรา แต่เป็นความรัก ของเราและเขา ความรักที่พร้อมจะเห็นอีกฝ่ายหนึ่งมีความสุข แม้ว่า ความสุขของเขาจะไม่มีเราก็ตาม

นั่นคือ ความรักที่มากกว่าการรักตัวเอง มันคือ รักมากพอ ที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายมีความสุขบนเส้นทางชีวิตของเขา แม้ว่าเราจะไม่อยู่บนเส้นทางนั้นอีกต่อไป และ รักมากพอ ที่เราจะมีความสุขกับเขาในโลกที่ไม่มีเราอยู่ด้วย

...Kimberly

เป็นตัวละครที่ถูกหยิบขึ้นมาเปรียบเทียบกับนางเอกอย่าง Julianne เธอตรงข้ามกับ Julianne ตรงที่ความรักของเธอ ไม่ใช่ ความรักที่ทำให้ตัวเองมีความสุขเท่านั้น แต่ ความสุขจากความรักของเธอ คือ ความรักที่เห็นคนที่เธอรักมีความสุข

เธอเสียสละชีวิตส่วนหนึ่งให้อีกฝ่ายทั้งที่ตัวเองอาจไม่ชอบ เธอทำหลายๆสิ่งเพื่อให้คนที่เธอรักมีความสุข ตัวตนของเธอได้รับการพิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่า และ นั่นคือสิ่งที่ Michael เลือกเธอ ไม่ใช่ว่าเธอเป็น Crème brûlée หรือ Jell-O อย่างที่จูเลียนเปรียบเทียบ แต่ เขาเลือกเธอ เพราะ

เธอคือคนที่รักเขาอย่างสุดหัวใจ พร้อมจะแบ่งปันเวลาและชีวิตให้กับเขา พร้อมจะกอดเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่ลังเลที่จะบอกคำว่า “รัก” เมื่อตัวเองต้องการ และ เขาคือคนที่รักเธอ

...Michael

เองก็ได้เรียนรู้จาก Kimberly จากที่เขายึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ยอมที่อ่อนข้อให้กับข้อตกลงที่เกี่ยวกับงานตัวเอง เขาโกรธจนคิดจะเลิกแต่งเมื่อเขารู้ว่าเขาถูกหลอกให้ไปทำงานบริษัทของ Kim ถึงจุดหนึ่งเขาก็รู้ว่า หากเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มันก็คงไม่ใช่ความรักของคนสองคน มันเป็นความรักที่เกิดจากคนๆเดียว โลกใบเดียว นั่นไม่ใช่ความรัก มันเป็นแค่บางสิ่งที่ดูเหมือนความรัก มันคือ การรักตัวเอง เพราะ ความรักคือการแบ่งปันโลกของคนสองคนให้แก่กัน

..George

 เป็นเพื่อนที่ใครๆก็คงอยากมี เพื่อนที่มาหาเราเสมอเมื่อวันที่เราร้องขอ เพื่อนที่รับสายโทรศัพท์ทุกครั้งที่เรามีปัญหา เพื่อนที่ไม่ทอดทิ้งในวันที่เราโดดเดี่ยว เพื่อนที่มาเพื่อเตือนสติการกระทำของ Julianne เขาย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่า

สิ่งที่เธอควรทำในส่วนของเธอ คือ เปิดเผยความรู้สึกของเธอให้กับอีกฝ่ายรับรู้ เพียงเท่านั้น แล้วในส่วนของอีกฝ่ายให้เขาเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง

...แต่ Julianne ไม่เชื่อเขา เพราะสิ่งที่เธอเข้าใจว่าคือความรัก มันทำให้เธอต้องวิ่งไล่อีกฝ่ายเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด หรือ มันจะเป็นแค่การแข่งขัน ที่ตัวเองอยากจะได้ ความรัก กลับมา?

ความเหน็ดเหนื่อยของ Julianne เหมือนวิบากกรรมไม่จบไม่สิ้น เมื่อเธอเฝ้าหาทุกวิถีทางที่จะขัดขวางความรักของ Michael เธอคงไม่เหนื่อย ถ้าเธอรู้ว่า สิ่งที่เธอควรทำคือจัดการกับความรักของตัวเอง ไม่ใช่ วิ่งไล่กวดความรักของคนอื่น อย่างที่ George บอกเธอในฉากหนึ่งที่เธอกำลังไล่ตาม Michael ว่า

Michael วิ่งไล่ตาม Kimmy เธอไล่ตาม Michael แล้วมีใครบ้างที่ไล่ตามเธอ ไม่มีใครเลย

...น่าใจหายเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งที่เราวิ่งไล่ความรัก แล้วพบว่า คนที่เราวิ่งไล่ เขากำลังไปตามทางของเขา จนเราเหนื่อยหรือล้มลง แล้วหันมาพบว่า ไม่มีใครอยู่ข้างหลังเราแม้แต่คนเดียว ไม่มีสักคนที่จะคอยประคองดูแล

เราเองก็คงเคยเหนื่อยกับการวิ่งไล่ความรัก มองแต่ข้างหน้าว่าเมื่อไหร่ที่จะไล่ได้ทัน โดยไม่ทันได้ตระหนักว่า ถึงวิ่งไล่ทันจะมีประโยชน์อันใด เมื่อสิ่งที่เราวิ่งไล่มันไม่ใช่ของๆเรา

...การบอกรักใครสักคน บางครั้งก็ง่าย และ บางครั้งก็ยากแสนสาหัส บางคนบ่นน้อยใจว่าตัวเองไม่มีโอกาส แท้จริงแล้ว โอกาสนั้นมันแวะเวียนมาถึงเราทุกคนเสมอ เพราะโอกาสคือสิ่งที่เราสร้างขึ้น ไม่ใช่ สิ่งที่ฟ้ากำหนด เป็นจังหวะชีวิตที่เราสามารถเลือกเดิน แต่เราต่างหากละ ที่จะคว้าโอกาสนั้น หรือ ยืนดูแล้วปล่อยให้มันผ่านไป ดังที่ Michael บอก Julianne อย่างน่าฟังว่า

 

if you love someone you say it, you say it right then, out loud. Otherwise the moment just... Passes you by

...เมื่อถึงตอนนั้น เราอาจไม่มีโอกาสฉวยคว้ามันกลับมา มันเหมือนเรือที่ทั้งสองคนพูดคุยกัน กำลังเคลื่อนผ่านเงาใต้สะพาน เมื่อเวลาผ่านไป เรือก็ย่อมแล่นออกมาสู่แสงสว่างกลางแม่น้ำ และ โอกาสมันก็ผ่านไปแล้ว เรือไม่สามารถที่จะกลับลำไปยังร่มเงานั้นได้อีก

...เพลงของเราสองคน อาจไม่ได้บรรเลง ในงานแต่งของเราสองคน แต่สุดท้าย Julianne ก็ได้เรียนรู้ที่จะรัก มากกว่า การรักตัวเอง ความรักที่พร้อมจะเห็นคนที่เรารักที่สุดมีความสุข เธอยกเพลงของเธอและเขา ให้ เขาและเธอของเขา ได้ยืมไปใช้จนกว่าทั้งคู่จะมีเพลงของตัวเอง เป็นของขวัญวันแต่งงานจากเธอ

แล้ววันที่เพื่อนรักแต่งงาน เพื่อนรักที่เคยเป็นคนรัก แม้นจะได้รู้ว่ารักเขามากแค่ไหน และ ไม่มีโอกาสได้เขากลับมา แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่เธอได้ทำ และ เป็นโอกาสที่เธอไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไปอีกหน นั่นคือ การบอกเขาว่า เธอรักเขา มากแค่ไหน

...หากความรักของเราคือการได้ครอบครอง บางทีอาจจะสายไปกับการที่จะมีใครเคียงข้างกาย เมื่อเขาได้ผ่านพ้นชีวิตเราไปแล้ว แต่ หากความรักของเรา คือ การที่เรายินดีที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข ไม่ว่าเขาจะอยู่ณ.แห่งหนไหนเวลาใด ไม่มีเวลาไหนสายเกินกับการที่จะบอกคำว่ารัก...

...My Best Friend's Wedding เป็นหนังรักที่ผู้กำกับ P.J. Hogan สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูตั้งแต่แรก ด้วยการกำหนดให้นางเอกกลายเป็นนางร้าย จนกระทั่งหนังดำเนินเรื่องไปจนจบ ฉากสำคัญที่สถานีรถไฟที่พระเอกพูดกับนางเอก เป็นไดอะล็อคที่เหมือนกุญแจสำคัญ และ ทำให้เราค้นพบว่า ในเรื่องไม่ได้มีใครเป็นนางร้าย เธอไม่ได้เป็นคนที่ร้ายแต่ที่ตัวเธอร้ายมันก็เป็นเพราะความรัก

หนังดำเนินเรื่องอย่างสนุกสนาน เรียกได้ทั้งรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นมุขตลก , การร้องเพลงประสานเสียงที่ร้านอาหาร ฯลฯ เรียกได้ทั้งน้ำตา เป็นความประทับใจที่คนเคยดูหนังเรื่องนี้ไม่สามารถลืมเลือนไปได้ง่ายๆ กับเรื่องราวความรักของคนที่เคยรักกัน แล้ววันหนึ่งสถานะภาพของคนสองคนนั้นเปลี่ยนไป แต่ ความรักไม่ได้เปลี่ยนไปตาม

...หนังให้ทางเลือกและคำตอบที่ดี สำหรับความรักที่เราไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของอีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน ความรักที่เรามีให้กับคนที่เรารักโดยไม่มีข้อแม้นั้น ก็จะเป็นความรัก ที่เราจะไม่มีวันสูญเสียไปตลอดกาลเช่นกัน

Comment

Comment:

Tweet