abRAK Movie - เพื่อนสนิท

posted on 17 Aug 2008 01:40 by abraksociety

บทวิจารณ์ : ผมอยู่ข้างหลังคุณ 

เพื่อนสนิท , เมื่อเส้นแบ่งของ "คนรัก" กับ "เพื่อน" เริ่มเลือนราง



....เจ้าชายน้อย ของ อองตวน เดอ แซงเตก - ซูเปรี คือ วรรณกรรมที่เล่าเรื่องการเดินทางของเจ้าชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เรียนรู้หลายๆสิ่งเกี่ยวกับชีวิตจากการเดินทาง ในตอนหนึ่งเขาพบสุนัขจิ้งจอกกลางทะเลทราย

สุนัขจิ้งจอกพูดคุยกับเขาเรื่องของ ความสัมพันธ์

...สุนัขจิ้งจอกในหนังสือ อธิบายเจ้าชายน้อย เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ ว่า

"หากเราไม่รู้จักกัน สำหรับฉันเธอก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง ซึ่งเหมือนๆกับเด็กชายคนอื่นๆอีกเป็นแสนคน ฉันไม่ต้องการเธอและเธอก็ไม่ต้องการฉัน เช่นเดียวกัน ฉันก็เป็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นแสนตัว แต่เมื่อใดที่เธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน เมื่อนั้นเราต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน เธอก็จะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉัน และ ฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอ"

....สุนัขจิ้งจอกตัวเดียวกันนี้ มาปรากฎอยู่บนละครเวทีเป็นฉากหนึ่งในหนัง มันตั้งคำถามขึ้นว่า ทำไมมนุษย์ถึงมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กันมากนัก มันยากนักหรืออย่างไร ?

สุนัขจิ้งจอก คงไม่รู้ว่า การสร้างความสัมพันธ์นั้นไม่ยากหรอก แต่ตัวความสัมพันธ์ของมนุษย์นั้นต่างหากที่ยากและสลับซับซ้อนกว่าที่มันคิดนัก ถ้ามันเพียงจะลองมองลงมาจากเวที ดูที่ ดากานดา ไข่ย้อย หมู และ พยาบาลนุ้ย


++หมูและนุ้ย++



...วันที่หมูเดินทางมาถึงเกาะพะงัน เขามาด้วยขาที่หักกับหัวใจที่แตกสลาย

...นุ้ยเคยได้ยินมาว่า ใครมาเที่ยวทะเล ไม่หนีร้อนก็หนีรัก

...นุ้ยเห็นหมูวาดรูปหญิงสาวคนหนึ่งที่หมูตอบเธอไม่ได้ว่า ใครสวยกว่ากัน ระหว่างหญิงในภาพกับตัวเธอ เธออยากให้หมูวาดรูปเธอบ้าง

...นุ้ยกับหมูใช้เวลาร่วมกันดามกระดูกที่หักและดามหัวใจที่ร้าวราน ในวันที่ฝนตกนุ้ยเลือกวางร่มคันใหญ่ลงแล้วหยิบร่มคันเล็กแทน ในงานวัดนุ้ยชวนหมูนั่งชิงช้าสวรรค์ เขาและเธอได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านเลยไป

...ในชีวิตนุ้ยเธอได้แต่เฝ้ารอใครสักคนที่รักเธอจริงๆ ในขณะที่เขาเฝ้ารอใครสักคนที่เขาจะรักได้ดังที่ใจตัวเองต้องการ

++ไข่ย้อยและดากานดา++



...ชื่อแรกในสมุดรับน้องของไข่ย้อย คือ ชื่อดากานดา

...คนที่เรียกเขาว่าไข่ย้อยเป็นคนแรก คือ ดากานดา

...ภาพ portrait ของเขาที่ต้องส่งอาจารย์ มีรูปคนเพียงคนเดียวในใจที่เขาอยากวาด คือ ดากานดา

...ดากานดา ไม่ได้เป็น ภาพ portrait ภาพแรกของไข่ย้อยในวันที่เขาวาดรูปเธอบนดอย เธอเป็นภาพในใจของ ไข่ย้อยมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ทั้ง ภาพของเธอเงยหน้ามามองเขาในวันแรกที่พบกัน , ภาพของเธอที่นั่งวาดรูปกับเขาใต้ต้นไม้ , ภาพของเธอในชุดหางเครื่องวันที่เขาร้องเพลงไม่เป็นจังหวะ , ภาพของเธอที่เป็นนางแก้ว นางแก้วเพียงคนเดียวในโลกของไข่ย้อย เหมือนกับที่ สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อย ว่า เมื่อเราใกล้ชิดสนิทสนมและสร้างความสัมพันธ์กัน คนๆนั้นก็จะเป็นคนๆเดียวในโลกของเรา

-- ไข่ย้อยบอกดากานดา เมื่อตอนที่เขาอยู่บนเกาะพะงันว่า เวลาของเขา เหมือนจะหยุดเดิน จริงๆแล้ว เวลาของเขาหยุดมาตั้งแต่วินาทีแรก ที่เขาก้มหน้าไปพบกับหน้าของ ดากานดา ในวันแรกพบ นับตั้งแต่วันนั้น เวลาของเขาไม่ได้เดินไปไหนอีกเลย มิหนำซ้ำ เวลารอบตัวของเขาที่เดินไปข้างหน้า แต่ เวลาในตัวของเขากลับเดินถอยหลังเสียด้วยซ้ำ เมื่อเขาจากเธอมา ...เข็มนาฬิกาในตัวไข่ย้อยเคลื่อนที่โดย ดากานดา (ดากานดา , หญิงอันเป็นที่รัก) --

..นุ้ย อาจไม่ใช่คนที่ใช่ ในเวลาที่หยุดไปของไข่ย้อย..

..หมู คือชายที่ค้นพบว่าเวลาของตัวเองสามารถเดินไปข้างหน้าเมื่ออยู่กับ นุ้ย..

..ไข่ย้อย อาจมาสายเกินไปสำหรับดากานดา และ ดากานดา อาจรู้ความรู้สึกในใจตัวเองช้าเกินไป..



....ความรักมักมีเรื่องของจังหวะมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ อาจเป็นพระเจ้าหรือโชคชะตาที่สร้างจังหวะให้กับคนเรา เราอาจพบคนที่ใช่แต่ผิดวันเวลา , เราอาจพบใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะใช่ แต่เขาเข้ามาในเวลาที่เหมาะสม , เราอาจเป็นคนที่ใช่ของใครบางคนในเวลาที่เราอยู่กับใครอีกคนแล้ว ฯลฯ

..จังหวะของความรักไม่เคยมีความแน่นอน จังหวะเป็นสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้ แต่ ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวะอย่างเดียว เพราะ ไม่ว่าจังหวะจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร แต่คนที่เลือกฉวยโอกาสนั้นคือตัวเราเอง ครั้นหากเราปล่อยให้มันเลยผ่านไป เมื่อถึงวันที่เราเอ่ยคำว่ารักออกมา จังหวะนั้นมันอาจไม่ใช่จังหวะของเราอีกต่อไป

...แต่กระนั้น จังหวะ ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับเรื่องของความสัมพันธ์ สุนัขจิ้งจอกบอกว่าไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของมนุษย์ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมนุษย์เองก็ไม่มีใครที่เข้าใจได้ถ่องแท้ มนุษย์ก็ไม่ได้มีคำตอบให้กับทุกเรื่องของความสัมพันธ์ บางครั้งหัวใจก็ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำตอบสำหรับบางสิ่งที่เรียกว่ารัก

เรื่องราวของนุ้ย หมู ไข่ย้อย และ ดากานดา ล้วนก็เป็นเช่นเดียวกัน

...นุ้ยใน เพื่อนสนิท ถามหมูว่า "เธอจะรักฉันได้ไหม" และ นุ้ยใน กล่องไปรษณีย์สีแดง ถามหมูว่า "ฉันจะรักเธอได้ไหม" น่าแปลกไหมที่โลกทั้งคู่ของนุ้ยกับหมู ไม่ว่าจะเป็นนุ้ยในหนังหรือหนังสือ สามารถที่จะเอ่ยคำว่า รัก
กันได้ชัดเจน ตรงข้ามกับโลกของไข่ย้อยกับดากานดา ที่ คำว่า รัก ไม่เคยตรงไปตรงมา อ้อมค้อม และประโยค "ฉันรักแกวะ ดากานดา" ใช้เวลานานถึง 5 ปีกว่าจะเอ่ยออกมาได้


อาณาเขตของ มิตรภาพ กับคำว่า รัก สำหรับคุณห่างกันแค่ไหน?

...ระหว่าง เพี่อน กับ คนรัก บางคนมีเส้นที่ขีดแบ่งกั้นไว้ชัดเจน บางคนก็ไม่มีเส้นขีดแบ่งเป็นเพียงความสัมพันธ์คนละฝั่งที่ตั้งบนระนาบเดียวกัน บางคนเพื่อนไม่มีทางเป็นคนรัก แต่ บางคนความรักพัฒนามาจากเพื่อน

...มันเหมือนกับเวลาเราเดินอยู่ในป่า เรามีความสุขท่ามกลางความงามรอบตัว ความสุขและความงามรอบตัวทำให้ เราไม่รู้ตัวว่าเราเดินมาไกลแค่ไหน เมื่อเส้นบางๆที่กั้นระหว่างคำว่า เพื่อน กับ คนรัก เริ่มจางลง

กว่าเราจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเราพบว่า เราได้ล่วงเลยเส้นแบ่งของสองฟากฝั่งนี้แล้ว เราเดินล่วงอาณาเขตของมิตรภาพมาสู่อาณาเขตแห่งรัก เรามาไกลเกินกว่าจะกลับไปจุดเดิมได้อีก และ นั่นคือความเจ็บปวด ความทรมาน มันก็ก่อตัวมาจาก ตัวเราเองก็ไม่ได้อยากเดินย้อนกลับไป แต่ เราเองก็ไม่สามารถที่จะมีความสุข ณ. จุดนี้ เหมือนก่อนหน้าที่เคยมีความสุขเช่นเดิม

...เชื่อว่าชีวิตของไข่ย้อย คงตรงและโดนใจ ใครหลายคนที่มีประสบการณ์เคยเดินทาง ผ่านเส้นแบ่งของความเป็นเพื่อน มาสู่ความรู้สึกรักที่มากกว่าอยากเป็นเพื่อน ภาวะกระอักกระอ่วนใจ ความลำบากใจที่ต้องเก็บงำความรู้สึกตัวเอง สถานการณ์ที่ต้องอ้อมแอ้มไม่แสดงออกชัดเจน ได้แต่แอบนับ 1-10 เหมือนไข่ย้อย ปากบอกไม่ได้คิดอะไร แต่ก็คอยกั๊กคอยกันเวลามีใครมาเลียบๆเคียงๆ หรือ มีความสุขแค่ได้นั่งอยู่เคียงข้างเพื่อนคนที่เรารู้สึกดีๆ และ ได้แต่มองเขาไปมีความสุขกับคนอื่นโดยเราได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ เพราะ กลัวว่าการเอ่ยคำว่า รัก ไม่เพียงแต่จะทำให้สูญเสียคนที่เรารัก แต่ ยังจะเป็นการสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปด้วย

...ผมนั่งชมเพื่อนสนิท 2 รอบ (รอบแรกกับเงินค่าตั๋ว 120 บาทที่ SF MBK วันเสาร์ และ รอบสองด้วย Movie passport ที่โรงเดียวกันวันอาทิตย์) น่ายินดีที่หนังไทยมีหนังรักหวานเศร้าซึ้งลงตัว เพิ่มขึ้นอีก 1 เรื่อง ชนิดเอาไปต่อสู้ทัดเทียบกับหนังรักเอเชียอื่นๆได้ การดัดแปลงจากงานเขียน กล่องไปรษณีย์สีแดง ของคุณ อภิชาติ เพชรลีลา ก็เป็นการดัดแปลงที่ทำออกมาอย่างสร้างสรรค์ สร้างมิติให้กับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี คำชมที่ให้กับหนังเรื่องนี้ต้องแจกแจงให้กับหลายๆฝ่ายที่ทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การคัดเลือกตัวนักแสดง 3 นักแสดงนำ เป็นหน้าใหม่ที่แสดงฝีมือได้ดีน่าชื่นชม ทั้งสามคนตีความบทตัวเองออกมาแล้วแสดงออกมาให้คนดูเชื่อพวกเขาได้ บทเล็กๆอย่างแม่ของดากานดา แม้ออกไม่มากแต่ก็เล่นได้เนียนจนได้ใจผมไปอีกเช่นกัน ดนตรีประกอบจากหัวลำโพงริดดึม สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนังได้เป็นอย่างดี ผมชอบที่หนังไม่ใส่ธีม “ช่างไม่รู้เลย” อย่างพร่ำเพรื่อ ลองสังเกตดูว่าจังหวะที่หนังใส่ดนตรีเพลงนี้เข้าไปมันลงตัวและจี๊ดโดนใจ(ผม)ทุกครั้งที่เสียงดนตรีขึ้นมา

....หนังสนุกกับการล้อหนังในค่ายตัวเองด้วยการมี 2 ตัวละครจาก แฟนฉัน และ วัยอลวน 4 มาโยงใยให้คนดูคิดถึง มุขตลกส่วนใหญ่ในหนังจัดได้ว่ายิงแล้วได้ผล แต่ หลายหนผมก็รู้สึกว่าจะเป็นการยิงเล่นมากจนเกินไป ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยกในฉากนั้นๆออกมา แต่ความแปลกแยกที่ผมรู้สึกมากสุด คือ ส่วนของบทพยาบาลนุ้ย ในช่วงครึ่งเรื่องแรก ในหนังเรื่องนี้ไดอะล็อกหลายประโยคเขียนออกมาได้ประทับใจน่าจดจำและไม่ปรุงแต่ง แต่ ไดอะล็อคของนุ้ยผมกลับรู้สึกว่ามันทำให้เธอดูไม่เนียนไปกับตัวละคร ยึ่งครี่งแรกเธอดูโดดจากคนอื่นๆและไม่เข้ากับตัวละครอื่นๆนัก แม้แต่ตอนท้ายๆไดอะล็อคสำคัญริมหาดของนุ้ยที่ควรจะซึ้งผมยังกลับรู้สึกว่ามันฟังโดดๆเสียด้วยซ้ำ ความโดดหรือสะดุดของหนังมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เด่นชัดออกมา เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ผมชอบในความลื่นไหลของหนังตั้งแต่ต้นจนจบ

ตอนจบในหนัง กับ ในหนังสือ มีบทสรุปที่แตกต่างกัน แต่ผมกลับคิดว่า สำหรับไข่ย้อยมันไม่ต่างกันเลย เพราะ...

(บรรทัดต่อไปนี้เล่าถึงตอนจบของทั้ง สองส่วน ไม่ต้องการรู้ โปรดข้ามไปที่ สิ่งที่ชอบ)

...ในกล่องไปรษณีย์สีแดง เราจะเห็นเพียงมุมมองของไข่ย้อยเพียงคนเดียว ผ่านตัวอักษรบนไปรษณียบัตรที่เขาส่งให้ดากานดา เราจะได้รับรู้ว่า อาณาเขตของไข่ย้อยที่อยู่ในสมุดบันทึกคืออาณาเขตที่เขาไม่เคยโกหกตัวเอง อาณาเขตของโลกจริงๆที่เขาอยู่กับดากานดาคืออาณาเขตที่เขาสับสน วุ่นวาย จนต้องอัปเปหิตัวเองออกมาสู่ อาณาเขตแห่งใหม่ที่มีนุ้ยอยู่ ในหนังเขาเลือกกลับไปอาณาเขตแห่งนี้ แต่ในหนังสือ เขาเองยังไม่พร้อมจะรักใครได้อีก และ ยังไม่พร้อมที่จะให้มีใครมารักเขา และ เขาก็ออกเดินทางต่อไป

...เจ้าชายน้อยในหนังปรากฎตัว ครั้งแรก คือเมื่อนุ้ยแนะนำให้เขาได้รู้จักหนังสือเล่มนี้ และ ทำให้เขาได้รู้จักโลกใบใหม่พร้อมๆกับนุ้ย เจ้าชายน้อยในหนังสือปรากฎตัวในหนังอีกครั้ง เมื่อวันที่เขาและดากานดาและใครอีกคน ไปดูละครเวที และ ทำให้เขาได้พบว่า โลกใบเดิมของเขาที่เคยมีความสุขเคียงคู่กับดากานดา ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป

...เจ้าชายน้อยเดินทางกลับดาว B 612 ได้ในวันเดียวกับที่ไข่ย้อยกำลังเดินออกจากอาณาเขตพื้นที่ ที่ มิตรภาพ กับ ความรัก มันซ้อนทับกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนัง หรือ หนังสือ ถึงจะมีบทสรุปที่แตกต่าง แต่สำหรับไข่ย้อยไม่ต่างกันเลย เพราะในที่สุดเขาก็สามารถเดินออกมาจากจุดของความเหลื่อมซ้อนในความสัมพันธ์นั้นได้เสียที

edit @ 17 Aug 2008 02:07:27 by ชุมชนคนแอบรัก

Comment

Comment:

Tweet