About Love - 3 ภาษารักไม่เว้นวรรค

posted on 17 Aug 2008 01:12 by abraksociety

 




เธอและเขาเป็นคนวาดภาพ ภาพวาดของเธอ เป็นแค่สิ่งยึดเหนี่ยวใจจากความเศร้า ภาพวาดของเขา เป็นเพียงเป้าหมายชีวิตที่เขาเลือกลองค้นหา จนเมื่อเขาพบเธอ ภาพของเขาที่วาดรูปเธอ และ ภาพของเธอที่วาดรูปเขาก็มีความหมายเดียวกัน นั่นคือ ความสุข


เธอสูญเสียคนรักไป เธอใช้ร่างกายเขาเพื่อหวนหาใครบางคนที่เธอโหยหา และ เขาก็ใช้ภาษาของเธอ เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆที่เขามีให้กับเธอ


เธอแอบมองเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามา เขามาอยู่ที่เมืองของเธอด้วยใจที่มีใครอีกคนอยู่ห่างออกไป เธอเรียนรู้ภาษาของเขากับใครคนนั้น เพื่อที่จะเข้าใจเขาให้มากขึ้น เขาทำให้เธอรู้จักความรัก และ เธอทำให้เขารู้ความหมายของคำว่ารัก

ภาษา เป็นสื่อกลางของการสื่อสาร ภาษาในหนังถูกหยิบยกขึ้นมาทั้งทางตรงและทางอ้อม เรื่องราวของคน 2 คน ภาษา 2 ภาษา

ภาษาในโตเกียว แทบไม่เป็นอุปสรรคของทั้ง 2 คน เพราะทั้ง 2 คน แทบจะไม่ได้สื่อสารด้วยภาษาพูดหรือภาษาเขียน เขาและเธอไม่ได้คุยกันเลยจนถึงตอนท้าย และ เพียงไม่กี่ประโยค เขาและเธอกลับสื่อความสุขถึงกันได้อย่างง่ายดาย ข้อความที่ทั้งสองคนส่งต่อถึงกันไม่ใช่คำพูดแต่สื่อสารกันด้วย ภาพวาดและความรู้สึก

ตรงข้ามกับภาษาในไทเป ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารอย่างรุนแรง ทั้ง 2 คนคุยกันไม่รู้เรื่อง ทั้งคู่ถกเถียงกันด้วยภาษาพูดแทบตลอดเวลา และ ใช้ภาษาเขียนในการคลี่คลาย (เธออธิบายความรู้สึกออกมาและเขาตอบว่าเข้าใจ) ภาษาพูดและเขียนเป็นอุปสรรคในการสื่อสารความคิด แต่ มันหาใช่อุปสรรคต่อความรู้สึก เพราะเรารับรู้ได้ว่าทั้ง 2 คนนั้นสื่อสารตรงกันด้วยความรู้สึกห่วงใย ห่วงหาอนาทรต่อกัน

ในขณะที่การใช้ภาษาที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งคู่ดูเหมือนไม่มีปัญหาเรื่องภาษาพูดคุยต่อกันเลย เพราะหลายหนที่ทั้ง 2 คนใช้ภาษาที่ 3 เป็นภาษากลาง นั่นก็คือภาษาอังกฤษ ทั้งคู่คุยกันรู้เรื่อง แต่ทั้งสองคนกลับไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกให้รับรู้ต่อกันได้ สะท้อนให้เห็นว่าความรักไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ภาษาหรือคำพูด แต่อุปสรรคหากมีก็เกิดจากตัว คน เพราะตัวละครชายในตอนนี้ไม่พยายามที่จะฟัง ภาษาใจ ที่นางเอกสื่อสาร เขายังจมอยู่กับภาษาตัวเองที่อยู่ไกลออกไป และเมื่อภาษาที่ 1 และ 2 ไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ สุดท้ายภาษาที่ 3 นี่เอง ที่เป็นตัวแปรสำคัญของตอนเซี่ยงไฮ้ ..Te queiro..

ภาษา ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้น ความรัก เราใช้คนละภาษาพูดแต่หากเรามีภาษาใจร่วมกัน ความรักก็เกิดขึ้นได้ระหว่างเราสองคน

...หากหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับรัก (About Love) ความรักในหนังต่างก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป

ความรักในโตเกียว

อาจเป็นรักแรกพบ มีความหมายที่แจ่มชัดคือ ความสุข (ภาพวาดของเธอที่วาดรูปเขาแทนความหมายของความสุข และ ภาพวาดของเขาที่วาดรอยยิ้มของเธอ ก็คือตัวแทนของความสุขที่มาแทนที่น้ำตา)

ท่ามกลางความสับสนของผู้คนและตัวเมือง ในเวลาที่หัวใจโดดเดี่ยว เปราะบางหรือมีรอยร้าว การที่ต้องเยียวยาหรือสมานแผลใจด้วยตัวเอง ช่วงเวลานั้นมันยาวนานและเส้นทางก็คดเคี้ยว แต่เมื่อมีใครสักคนที่ก้าวเข้ามาเติมเต็มให้กัน ความสับสนของผู้คนก็คลี่คลายเปิดทางออกให้เราเห็นทางออกที่ชัดเจน ทั้งบนถนนในเรื่อง ถนนในภาพวาด และ ถนนในใจ


ความรักในไทเป คือ ความอบอุ่น (ในวันที่ฝนตก อุโมงค์ที่มีอาจเป็นแค่ระยะทางสั้นๆ ให้เราหลบฝนก่อนที่จะต้องออกไปเปียกปอนภายนอก แต่ถึงจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ มันก็ทำให้เราอุ่นได้ในเวลาที่เราหนาวเหน็บ)

ในเวลาที่เราเปียกปอน เวลาที่เราหนาวสั่น เวลาที่เราต้องการความอบอุ่นของใครสักคน การมีคนที่ให้เรามั่นคงปลอดภัย อาจไม่ใช่รักที่เป็นเจ้าของ แต่แค่รักที่เป็นมิตรภาพ มันอาจจะอยู่ได้ไม่ยั่งยืน แต่ก็ดีไม่ใช่หรือที่จะให้หัวใจเราได้ไออุ่นและร่มเงา เฉกเช่นเดียวกันบางครั้งเราเองก็พร้อมที่จะยอมให้ความอบอุ่นกับคนที่เรารักหรือรู้สึกดี แม้จะเพียงชั่วเวลาไม่นาน แต่ความสุขจากการให้มันก็มากพอที่จะให้เราเป็น อุโมงค์ ได้เช่นกัน


ความรักในเซี่ยงไฮ้ อาจแทนความหมายของความเศร้า ผ่านการแอบรัก การรักเขาข้างเดียว และการไม่รู้ว่าถูกรัก (น้ำตาของเธอเมื่อเขาจากไป และ ซากปรักหักพังของเธอที่หลงเหลือเมื่อเขากลับมา)

การได้แอบมองคนที่เรารัก การที่ได้แอบรักใครสักคน และการที่ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ บางครั้งมันก็มีความสุขแค่เพียงที่เราได้แอบรัก ในขณะเดียวกันเราเองก็อาจละเลยกับความรู้สึกดีๆใกล้ตัว หากเรามัวแต่จมอยู่กับอดีตที่มันผ่านพ้นไป ครั้นเมื่อเธอรวบรวมความกล้าหรือเมื่อเขารู้ตัวกลับมา มันก็อาจสายเกินไปที่จะมีกันและกัน

.....เรื่องราวที่เกี่ยวกับรักทั้งสามตอน เกิดขึ้นต่างสถานที่ต่างบุคคล แต่การที่มีการใส่ตัวเชื่อมทำให้เรื่องราวความรัก 3 รสนี้ มีความสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันได้ไม่ยาก (หยวนมีเพื่อนในโตเกียวที่หน้าเหมือนและอาจจะเป็นหยู - หยวนเป็นลูกศิษย์ชูเฮ - อดีตคนรักของชูเฮและคนรักของมิชิโกะอยู่ที่สเปน - มิชิโกะเป็นเพื่อนกับเท็ตจัง) เป็นการสร้างจากผู้กำกับ 3 สัญชาติ ที่มาเรียงร้อยเรื่องรักเข้าด้วยกัน

เท็น ชิโมยาม่า กับ เรื่องราวในโตเกียว คือเรื่องราวที่สวยงามชวนฝัน หนังแทบไม่ใช้เนื้อหาในการดำเนินเรื่องราว ตัวละครในเรื่องก็พูดกันน้อยมาก หนังเลือกใช้การสื่อสารด้วยภาพได้ดี เช่น การสะท้อนความวุ่นวายสับสนของตัวเมืองโตเกียว ก็เหมือนกับความสับสนในใจตัวละครเช่นเดียวกัน และเมื่อสุดท้ายทั้งคู่ค้นพบกันและกัน ความวุ่นวายทั้งจากตัวเมือง ทั้งจากในภาพวาดก็สลายลง ตอนโตเกียวนี้เป็นตอนที่เหมือนเทพนิยายชวนฝันอยู่เอาการ

อี่จื้อเหยียน กับ เรื่องราวในไทเป ก็ให้ความรู้สึกซุกซน เจ็บแต่อุ่น ตัวละครทั้งคู่มีเสน่ห์เล่นได้น่ารักฟัดเหวี่ยงกันดีเหลือเกิน เป็นตอนที่หลากหลายรสชาติมากที่สุด หนังใช้ประโยชน์จากความต่างของภาษาได้อย่างสนุกสนาน ฉากเต้นได้ใจและความหมายในอุโมงค์ก็จี๊ดถึงใจ เป็นตอนที่มันเข้าใกล้ตัวตนคนดูอย่างผมได้มากที่สุด

จาง ยี่ไบ่ กับ เรื่องราวในเซี่ยงไฮ้ก็เศร้าแต่สุข แม้ว่าพระเอกจะหล่อมากไปนิด และนางเอกจะน่ารักไปหน่อย แต่ฝ่ายหญิงก็แสดงออกของคนที่เริ่มแอบมอง เริ่มแอบชอบ และแอบรักได้อย่างน่ารักน่าหยิกเหลือเกิน การแสดงของลีเซี่ยวลูที่รับบทหยูติดตาเหลือเกิน

ภาพวาด ตู้หนังสือ และ ลูกเบสบอล ถูกนำมาเป็นข้าวของที่ตัวละครใช้ยึดเหนี่ยวใจหลังการสูญเสีย และเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่สูญเสียไป

ภาพวาดของมิชิโกะ..ในตอนท้ายมีความชัดเจนของทางเดินมากขึ้นเมื่อเธอมีเหยา

ตู้หนังสือของอา-ซุ...ที่ล้มอย่างไร้ความมั่นคงกลับมาตั้งได้เหมือนตัวเธอเพราะความช่วยเหลือของเท็ตจัง

ลูกเบสบอลของชูเฮ...ไม่อยู่นิ่งกระเด้งสะท้อนกำแพงไปมา เขาอาจตัดสินใจทิ้งลูกเบสบอลไว้เบื้องหลัง โดยหารู้ไม่ว่าลูกเบสบอลนั้นมันมีความหมายมากกว่ารักที่สูญเสียไป มันเป็นรักใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นตั้งแต่หยูมาเริ่มฝึกเล่น แล้วสุดท้ายเขาก็ต้องมาเล่นกับความว่างเปล่า เมื่อลูกเบสบอลหรือความรักได้หลุดลอยไปอีกครั้ง

...นอกจากนี้ทั้ง 3 เหตุการณ์ ตัวละครหญิงล้วนแต่ถูกทอดทิ้งไป

การทอดทิ้งในโตเกียวทำให้เธอได้ค้นพบใครที่จะมาเยียวยา และให้เธอสร้างความสุขผ่านภาพวาด

การทอดทิ้งในไทเปทำให้เธอได้มิตรภาพ ได้ไออุ่นที่มีความหมายเกินกว่าแค่รักกัน

การทอดทิ้งในเซี่ยงไฮ้ ทำให้เธอได้กล้าที่จะเผยความในใจ และกล้าที่จะทำตามความรู้สึกตัวเองเรียกหา

...แม้ว่าเรื่องราวในเซี่ยงไฮ้จะเป็นตอนจบของทั้งหมด แต่ลองคิดต่อว่า หากหยูจะไปตามหาชูเฮที่โตเกียว หรือ หากตัวละครเพื่อนของเหยาที่ผู้สร้างให้คาแรคเตอร์ภายนอกช่างดูคล้ายคลึงหยู (รวมไปถึงบทพูดที่เธอตอบหยวนว่าจะพยายามทำส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด เมื่อหยวนบอกว่าจะไปหาคนสำคัญ หรือ ตัวละครนี้จะคือหยู?) ตอนจบนี้มันอาจนำพาไปสู่จุดเริ่มต้นของ บางสิ่งที่เกี่ยวกับรัก (About Love) ที่เริ่มต้นณ.จุดเริ่มของเรื่องราวคือโตเกียวอีกครั้ง

Credit : ผมอยู่ข้างหลังคุณ

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ฮ่าๆๆ โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ ฉากสวย
พระเอกนางเอกก็สวย มันจบได้เศร้าดีอ่ะ
แต่เป็นเศร้าแบบที่สะเทือนใจที่พระเอกเพิ่งได้รุ้เสียมากกว่า

ส่วนตอนแรกที่มิชิโกะกะเหยาพบกันที่ถนนก็สุดยอดดีอ่ะ
ชอบๆๆๆ

ส่วนของเท็ตจังกะอาซือ ก็ต้องอุโมงค์ อิอิ ชอบๆๆ

ขอบคุณมากๆสำหรับบทวิเคราะห์นะคะ เข้าใจได้อีกเยอะเลย

#1 By [-]il<@ru (124.120.99.29) on 2011-03-08 02:17